เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอมขอขอบคุณภาพประกอบจาก katuhoh.wordpress.com
เมื่อเราสิ้นหวัง ใครเล่าที่จะคอยเยียวยาจิตใจ...
เมื่อเราทุกข์ ใครเล่าที่จะคอยประโลมเรา...
แต่ทว่า.. ถ้าเรามัวแต่รอให้ "ใคร" มาช่วยให้เราพ้นจากทุกข์คงต้องจมกับความทุกข์ต่อไป เพราะทุกคนย่อมมีความทุกข์เป็นของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้าเราเปลี่ยนจากคนที่ "รอ" ความช่วยเหลือ มาเป็นคนที่ "ให้" เชื่อเลยว่า ความสุขจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ จะเข้ามาแทนที่อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่า การให้นั้น ไม่ได้ทำให้ความทุกข์จางหายไป แต่ยังไงเราก็สามารถยิ้มได้ เพราะความสุขที่เกิดจากการให้ของเรา
เฉกเช่นเรื่องราวที่เราจะมานำเสนอในวันนี้ เป็นเรื่องราวของ "มิเนโกะ อิวาซากิ" เกอิชาผู้มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในยุค ซึ่งเรื่องราวของเธอนั้น ได้ตีพิมพ์ออกมาเป็นนวนิยาย และขายดีเป็นเทน้ำเทท่า อีกทั้งทางค่ายภาพยนตร์ดังได้นำเรื่องราวของเธอไปทำเป็นภาพยนตร์ จนสามารถกวาดเงินไปได้หลายล้านเหรียญเลยทีเดียว
วันนี้จึงขอนำบทความจากเฟซบุ๊กของคุณ บัณฑิต ปิ่นมงคลกุล ซึ่งได้หยิบเรื่องราวช่วงหนึ่งจากชีวิตของเธอมาเป็นกำลังใจ สำหรับคนที่ผิดหวัง ท้อแท้ และเป็นทุกข์ แต่สามารถปลดล็อกปัญหาต่าง ๆ ด้วยคำว่า "การให้"
"มิเนโกะ อิวาซากิ" เป็นอดีตเกอิชาที่มีชื่อเสียงทั่วโลกจากหนังสือเรื่อง Geisha และยังเป็นที่มาของหนังสือยอดนิยมเรื่อง Memoirs of a Geisha ของ อาเทอร์ โกลเดน
ในวัยเด็กนั้นเธอมีชีวิตที่ลำบากแสนเข็ญ เนื่องจากเป็นเด็กกำพร้าและไร้การศึกษา ลุงจึงนำเธอไปขายให้แก่สำนักเกอิชาตั้งแต่ยังเล็ก ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยเคราะห์กรรม นอกจากสูญเสียน้องชายที่รักแล้ว เธอยังสูญเสียคนรักที่เป็นทุกอย่างในชีวิต แล้ววันหนึ่งเธอก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง เธอเดินเข้าไปในป่าท่ามกลางพายุหิมะและนั่งรอความตายอันหนาวเหน็บ แต่ชายชราผู้หนึ่งช่วยชีวิตเธอเอาไว้ ชายชราพูดประโยคหนึ่งซึ่งเตือนใจให้เธอได้คิดว่า...
"คนที่คิดถึงแต่ตัวเองย่อมอยากตายทั้งนั้น" ชายชราขอให้เธอกลับเข้าไปในเมือง และทำดีกับผู้อื่นวันละคน หลังจากนั้นถ้าเธอยังอยากตาย เขาจะช่วยเธอให้สมปรารถนา
เธอทำตามที่ชายชราแนะนำ เริ่มต้นด้วยการซื้อหนังสือให้เด็กยากจนคนหนึ่ง จากนั้นเธอก็เล่านิทานให้เด็กฟังวันละคนสองคน ต่อมาเธอเริ่มแต่งนิทานเอง นับแต่วันนั้น เธอไม่เคยกลับเข้าไปในป่าแห่งนั้นอีกเลย
ในยามที่เราประสบเคราะห์กรรม เรามักคิดว่าโลกนี้โหดร้ายกับเราเป็นอย่างยิ่ง "ทำไมถึงต้องเป็นฉัน?" ทุกคนอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามนี้ราวกับว่า มีฉันคนเดียวที่โชคร้ายอย่างนั้น แต่ทันทีที่เรามองพ้นตัวเองออกไป จะพบว่าคนที่ทุกข์อย่างเราก็มีไม่น้อยและคนที่ทุกข์ยิ่งกว่าเรายังมีอยู่อีกมากมาย
การรับรู้ว่ายังมีคนอีกมากมายที่ทุกข์ยิ่งกว่าเรา ช่วยให้เราทานทนเคราะห์กรรมได้มากขึ้น แต่ดียิ่งกว่านั้นก็คือการก้าวพ้นจากโลกของตัวเองออกไปช่วยเหลือคนเหล่านั้น การได้ช่วยเหลือผู้อื่่นไม่เพียงช่วยให้เราหมกมุ่นกับความทุกข์ของตัวเองน้อยลงเท่านั้น หากยังทำให้จิตใจได้รับความสุข สุขเพราะรอยยิ้มของผู้ที่ได้รับไมตรีจากเรา และสุขเพราะได้พบว่าชีวิตของเรายังมีคุณค่าอีกมาก หาได้ไร้ค่าอย่างที่เคยเข้าใจไม่
"ผู้ให้ความสุขย่อมได้รับความสุข" พุทธภาษิตนี้คือความจริงที่คงทนต่อการพิสูจน์เสมอ - พระไพศาล วิสาโล
credit : http://www.stock2morrow.com/showthread.php?t=37982

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น